Knight's profile`[K]nigh[T]` - `[P]atamo...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
`[K]nigh[T]` - `[P]atamo[N]`[BS102 : TriamUdom69 # 文科系日本語寿攻] -= I'm gifted in ร.ด. =- July 12 การเปลี่ยนแปลงSangatsu Kokonoka - Remioromen
อืม... ไม่ได้อัพบล็อกนาน รู้สึกว่า มันมีอะไรเปลี่ยนไปเยอะนะ ตั้งแต่กลับมาจากเขาชนไก่ "ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน" มันเป็นคำพูด ที่รู้สึกว่า ติดตรึงใจมา ตั้งแต่กลับมาจากค่ายมา จนถึงทุกวันนี้ แลดูเหมือนว่า ไม่มีคติประจำตัวอันไหน ที่จะโดนเท่าอันนี้อีกแล้ว ชีวิต มันมีอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งที่ดี แล้วก็แย่ๆ เข้ามาประดังได้ทุกวี่ทุกวัน และแน่นอนว่า ชีวิต มันย่อมท้อแท้เป็นธรรมดา ถ้าเจอเรื่องแย่ๆ ถาโถมเข้ามา ส่วนไอเรื่องดี ๆ มันก็เข้ามาปลอบใจได้สักระยะหนึ่ง มันก็ดีอยู่นะ แต่รู้สึกได้ทันทีเลยว่า "ทำไม ความสุขมันถึงได้เร็วจัง"
อยากเอาความทุกข์ ที่มันมีเป็นล้าน มาแลกกับความสุขบ้าง แต่แลดูเหมือนว่า... มันจะแลกไม่ได้ จริงๆ เราเองก็อยากจะมีชีวิตที่เหมือนคนอื่นบ้างนะ อยากกลับบ้านเร็วๆ ไม่อยากทำอะไร นอกจากอยู่แบบสบายๆ เฉยๆ ใช้ชีวิตสบายๆ ไปวันๆ มันเหนื่อยแหละ เหนื่อยมากๆ ที่จะต้องมีชีวิตที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา อยู่โรงเรียน ก็ต้องทำกิจกรรม ทำงานนู่นๆ นี่ๆ พอกลับมาถึงบ้าน ก็ต้อง มานั่งเคลียร์งาน หรือไม่งั้น ถ้าว่างๆ ก็นั่งอ่านหนังสือ แต่รู้สึกหลังๆ มา แทบไม่ได้ช่วยที่บ้านทำงานเลย แลดูเหมือนกินแรงมาก สงสารที่บ้านที่สุด ต้องมาดูแล ไอ้ลูกแย่ๆ ที่ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรที่บ้านเท่าไหร่ แถมกลับบ้านมา ทีไร เป็นอันต้อง แดกล้างแดกผลาญได้อีก -*- อีกอย่างที่รู้สึกแย่ รู้สึกเหมือน... ไม่ค่อยมีเวลาให้ตัวเอง บางทีก็อยากทำอะไรที่เป็นอิสระบ้าง... อยากพักบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อยากรู้เหมือนกันว่าเพราะทำไมถึงทำไม่ได้
ปิดเทอม... สิ่งที่เปลี่ยนไป ก็คือ แก่ขึ้นอีกปีแล้วแหละ มีรุ่นน้อง ที่เป็นรุ่นหลานมาแล้ว ศิลป์-ญี่ปุ่น ปีนี้ ดำเนินมาเป็นปีที่ 9 ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่าเราเอง กลายเป็น รุ่นลุงของรุ่นหลานๆ แล้ว ความรู้สึกก็เหมือนทุกๆ ปี แต่รู้สึกเหมือนกับว่า เรายัง ต้องคอยช่วยเหลือน้องๆ อยู่ ยังปล่อยไม่ได้ เพราะเหมือนกับเรามีบทเรียน ที่มันเคย ผิดพลาดตอนอดีตมาด้วยมั้ง... ไม่รู้สิ รู้สึกรักน้องๆ ทุกคน รักมากๆ ด้วย ไม่รู้ทำไม รักศิลป์ญี่ปุ่น เตรียมอุดมมากๆ รักเพื่อน รักน้อง รัก อาจารย์ มากขึ้นทุกๆ วัน เหมือนกับว่า เราโตสุดแล้วด้วยมั้ง ในบ้านหลังนี้ ซึ่งปีหน้า ก็ต้องก้าวออกไปแล้ว หรือถ้าไม่ออก ก็เพราะไม่ผ่าน 555+ ใจหายน่าดู... ทำไม เผลอๆ จากคนที่ถูกรับน้อง แปรสภาพมาเป็น คนรับ แล้วก็กลายมาเป็น "คน" ที่คอยเป็นกำลังใจให้น้องทั้งสองรุ่นผ่านอุปสรรคจากรับน้องไปให้ได้
ซินเดอเรลล่า... ละคร ที่ทำให้ศิลป์ญี่ปุ่น กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง 555+ หลังจากไปกวาดรางวัลที่ 2 กับ ขวัญใจมหาชนมา ซึ่งไม่น่าจะได้ด้วยซ้ำ อิอิ รักเพื่อนๆ ขึ้นอีกเป็นกอง รู้สึก ว่า ศิลป์ญี่ปุ่น ก็ทำชื่อ ทำเสียง ให้กับ รร.ได้เหมือนกันนะ
ประธานตึก... สิ่งที่รู้สึกแปลกไปมากที่สุด เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึก ทั้งตื่นเต้น ทั้งเครียดไปเลย ในเวลาเดียวกัน ชีวิต ที่มีอยู่อีกหนึ่งปี ในรั้วเตรียมอุดมฯ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ มันรู้สึกแปลกไปทุกสิ่งทุกอย่าง แปลกจริงๆ แปลกได้อีก แปลก ไม่รู้จะแปลกยังไง ความรู้สึกคือ เราต้องนำคน ถึง 400 กว่าคน ทั้งๆ ที่ นำคนแค่ 80 คนก็แทบจะสิ้นชีพแล้ว แล้ว 400 คน!! กูจะไหวมั้ยเนี่ยยยยยยยยยย แอบยอมรับ ว่าท้อแท้ ว่าเหนื่อย ว่ารู้สึกไม่ดี เพราะมันมีแต่ความรู้สึกไม่พร้อม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร... ตอบไม่ได้ รู้สึก มันคงจะเป็นงานที่เหนื่อยที่สุด ในปีนี้เลยก็ว่าได้... นอกจากนี้ ยังต้องพยายามทำตัวให้ดี ทำงานให้เร็ว ทำให้ ป้าขำ เขาพอใจ ไม่งั้นก็จะโดนโขกสับซะเละเทะแบบที่เคยโดน อืม... จะทำไงดีวะเนี่ย... กูเองก็ไม่ได้ว่าโปรอะไรขนาดนั้น เฮ่อ.... ทำไมถึงลง ทำไมถึงส่งใบสมัคร ทำไมถึงไม่ปฏิเสธเรื่องใบสมัคร แล้วทำไม.... กูถึงได้เป็นวะเนี่ย?? สงสัยในชีวิตมายาวนานมาก เฮ่อ.... ไม่รู้แหละ จะยังไงก็ตาม ยังไงก็ต้องสู้ต่อไป สู้จนกว่า ไม่กิจกรรมหมด ลมหายใจกูก็ต้องหมด กันไปข้างนึง เอาซี่... ใครจะชนะ มาเจอกันหน่อย ชีวิต ม.6 ณ เตรียมอุดมศึกษา!!
"ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน ความสบายที่ยาวนาน จะรอนราญความเป็นคน"
ป.ล. หัวหน้าหมวด 1 กองร้อย 384 อัศวินพาตามอน รายงานตัวครับ!!
ป.ล.2 กูจะสู้เพื่อวันพรุ่งนี้ "เดินไปแสนเหนื่อยล้า แม้บนหนทางกระหน่ำฝุ่น แต่ก็เพื่อพรุ่งนี้"
ป.ล.3 อยากเป็นคนที่ 2 ของอักษรฯ ที่เรียน ร.ด. ต่อปี 4 เว่ยยยยยยยยย จะทำให้ได้!!
ป.ล.4 ทำไงกับ ป้าขำ ดีวะเนี่ยกู - -*
ป.ล.5 คิดถึง บ.ส.102-105 ทุกคน และ ป๊า สุดๆ
ป.ล.6 รัก ศิลป์-ญี่รุ่น รุ่น 7-8-9 มากๆๆ รักเซนเซ รัก ต.อ.69 ด้วย
ป.ล.7 พูดไม่ออก บอกไม่ถูก - -* April 17 BEGIN - 島人ぬ宝J BEGIN - 島人ぬ宝 J
J 僕が生まれたこの島の空を 僕はどれくらい知っているんだろう
でも誰より 誰よりも知っている
大切な物がきっとここにあるはずさ それが島人ぬ宝
J 僕が生まれたこの島の唄を 僕はどれくらい知ってるんだろう
トゥバラーマも デンサー節も 言葉の意味さえわからない
でも誰より 誰よりも知っている 祝いの夜も 祭りの朝も 何処からか聞えてくるこの唄を
いつの日かこの島を離れてくその日まで 大切な物をもっと深く知っていたい
それが島人ぬ宝
それが島人ぬ宝 それが島人ぬ宝 February 11 เขาชนไก่เขาชนไก่
อยากจะบอกว่า... มีเรื่องตั้งหลายอย่าง ที่อยากจะอัพในปีนี้ เพราะปีนี้ เป็น ม.5 เป็นชีวิตที่มีอะไรหลายๆ อย่างผ่านเข้ามา อย่างเร็วมากๆ ทั้งสิ่งที่เป็นความทรงจำดีๆ และสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ นานา...
แต่ก็ไม่รู้นะ ว่าทำไม ถึงเลือกที่จะอัพเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรก (แล้วคิดว่าจะเป็นเรื่องเดียวด้วย) เพราะด้วยความที่รู้สึกว่า... มันเป็นสิ่งที่เคยใฝ่ฝันไว้ เมื่อตอนยังอยู่ ม.4 ที่ บ.ส. รู้สึกว่า “เขาชนไก่” คือ สถานที่ ที่อยากไปเจอ ไปสัมผัสกับตัวเองมากๆ ทั้งๆ ที่อีกใจนึง ก็คิดอยู่ว่า “จะไปดีหรอวะ” แต่แล้วในที่สุด... ก็ได้ไป ไปในนาม นักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 2 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งตอนแรก ก็ตะขิดตะขวงว่า จะได้ไปหรือเปล่า แต่แล้วก็ได้ไป... ผลัดที่ 18 กองพันที่ 22 วันที่ 25-27 มกราคม พ.ศ.2551 อืม... ถึงตอนนี้ก็ 1 อาทิตย์ล่ะ หลังจากที่ไปเขาชนไก่มา อยากบอกว่า มันเร็วมาก เพราะความรู้สึกดีๆ ที่เขาชนไก่ มันยังอยู่ ไม่ได้ไปไหนเลย กิจกรรมหลายๆ อย่าง ก็ยังก้องอยู่ในหัว และไม่ได้มีทีท่าว่าจะลืม (เป็นเพราะมันยัง 1 อาทิตย์อยู่มั้ง เหอๆๆ)
สำหรับความรู้สึกในส่วนลึก น่ะ “อยากไป” นะ แต่ ณ ช่วงนั้น มันเกิดอาการขี้เกียจอย่างมาก เลยไม่อยากไปไหนทั้งนั้น เพราะงานไม่เสร็จ แล้วยังด้วยอะไรหลายๆ อย่างที่มันรุมเข้ามา อืม แต่ยังไงก็ต้องไปนั่นแหละ แล้วก็ได้ไป (แล้วจะพูดทำไมเนี่ย)
ตี 5 ครึ่ง ไปรวมพลที่ สวนเจ้าเชตุฯ แล้วก็นั่งรอไปเรื่อยๆ ครูฝึกถามถึงพวก พอไปถึงที่นู่น ประมาณสัก 10 โมงครึ่งน่าจะได้ ก็ได้เข้าพิธีเปิด โหย... พวกหัวหน้าทั้งหลาย ใส่ปลอกแขนด้วย ตูก็ได้ใส่ โหย เท่สาด ตั้งแต่เกิดมา ก็พึ่งเคยใส่ปลอกแขน สีแดง ที่หมายถึง หัวหน้าหมวดเนี่ยแหละ
ระหว่างพิธี ก็เจอพี่เม่น อยู่แถวๆ ปะลำพิธี เฮ้ย โคตรดีใจ ที่ได้เจอคนรู้จักแล้ว อย่างน้อยๆ ก็มั่นใจได้ว่า มีคนรู้จักอยู่ด้วย ก็ไม่ค่อยน่ากลัวแล้ว... พอเจอพี่เม่นเนี่ย ก็รู้เลยว่า พวกบ้านสมเด็จฯ ก็ยังอยู่บนเขาชนไก่ อย่างน้อยๆ กูก็มีเพื่อนแล้วว่ะ ถึงแม้ว่า พี่เม่นจะไม่ได้มาทักเลยก็ตาม - -*
พอไปถึง ก็ไปนั่งแบ่งหมวด ก็ยังดีที่เตรียมฯ ได้อยู่กองร้อยเดียวกันหมดเลย
มันแลดูแปลกๆ ดีนะ ที่ต้องมาคุมหมวดที่ไม่รู้จักกันเท่าไหร่มาก่อน (ทำเอารู้สึกร้อนๆ แปลกๆ เพราะถูกกวนตีนเนี่ยแหละ) มื้อแรก ที่เขาชนไก่ครับ ประมาณเที่ยงๆ โหยยย โดนคนตักข้าวแกล้งอีก แกงจืดใส่ลูกชิ้นน่ากินมาก ดันไม่ได้ลูกชิ้นสักลูก แถมบอกว่า “คุณคือผู้โชคดี” - -* โอววว เจ็บใจครับ แถมด้วยการที่เป็นหัวหน้าหมวด เลยต้องรีบ ๆ ยัด แล้วไปตั้งแถวก่อน อย่างแรกเลย เบิกปืน แล้วก็ต้องมาคุมแถว เอ่อ ครือ... กูจะมีความสุขกว่านี้ ถ้ากูไม่โดนกวนตีนตั้งแต่วินาทีแรกอ่ะนะ กอปรกับ มีคนป่วยอีก แม่ง เช็คคนทีไร มีปัญหาทุกที แม่ง พอเสร็จ ก็ไปเรียน พวก วิชา ป้อมสนาม กับ การพักแรม อันนี้ก็จดๆๆ แต่ว่า ตอนพักแรม ก็มีสอนกางเต็นท์ เออ ก็เลยพอรู้ว่ากางเต็นท์ มันทำยังไง เพราะตูทำไม่เคยเป็น แล้วก็พักแปบนึง ก่อนที่จะไปรวมกันที่ริมน้ำ ไอพวกหัวหน้าซวยอีกแล้วครับ “พรางหน้า” โดนครูฝึกจัดการพรางให้เป็นอย่างดีเลย ใช้แปรงทาสีอย่างดี ปาดหน้า ปาดๆๆ โอว เย็นหน้าแปลกๆ ผลที่ออกมาคือ พรางได้สมบูรณ์แบบ คนอื่น ก็ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่นะ อย่างมากก็นิดๆ หน่อย พอเป็นพิธี เหอๆๆ ทำไมตูโดนเยอะจัง พอกลับมารวมพล อย่างแรกที่โดน คือ “หมอบ!!” กูก็ต้องหมอบ แล้วก็วิดพื้นซะงั้น เออ ได้ข่าวว่ากูไม่ได้ทำไรผิดนะ แล้วก็รู้สึกว่า ตูจะโดนจับผิด จากไอ้พวกกวนตีน จังเลยแม่ง
กลับมา ก็พึ่งจะได้รู้จริงๆ ว่า กองพัน 22 มีฉายา นะเฟ่ย “พันสองสอง พันสองสอง สกอร์เปี้ยน สกอร์เปี้ยน รวดเร็ว รุนแรง เรียบร้อย เอี้ย เอี้ย” เทพเว่ย ตะโกนยิ่งหลายรอบ ก็ยิ่งสะใจ สักพักก็ไปตัดข้าว... เอ่อ... แต่ได้ข่าวว่า กู และ พณฯท่านหัวหน้าทั้งหลาย ต้องไปตัดข้าวซะงั้น อืม กูก็ต้องไปตักครับ พอตักเสร็จ ก็ถึงจะได้กิน และได้ข่าวว่า กินเป็นพวกสุดท้ายด้วย เหอๆๆ รีบยัด รีบล้างอีก แล้วก็ต้องไปคุมแถว ก่อนที่คนอื่นๆ มันจะได้อาบน้ำ แต่ตูต้องอยู่คุมพวกมันอาบซะงั้น สรุปก็คือ พวกมันอาบเสร็จแล้ว แต่กูยัง Still in ความเน่า อยู่อย่างนั้น ประมาณทุ่มนึง ก็มานั่งฟังคำชี้แจง แล้วครูเค้าก็ปล่อยพักประมาณ สามทุ่ม ตอนปล่อยพัก ก็ขึ้นไปกินตรงมุมสดชื่นได้ แต่กว่ากูจะได้ไปก็ซวยชิบ เตนท์พังครับ ต้องไปซ่อมก่อน พอไปถึง (เดินไปกับไอ้โอ๊ต) ว่าจะไปกินไวตามิลค์ แต่ไปถึง ได้กินแต่น้ำเปล่า เหอๆ พอกลับมา กูต้องคอยไล่คนทั้งหลายให้ไปนอน ก่อนที่จะได้ไปอาบน้ำ กับพวกหัวหน้าทั้งหลาย (แลดูเป็นข้อดีอย่างเดียว ของพวก หัวหน้าหมวดกับหัวหน้าร้อย ที่ได้อาบน้ำหลังชาวบ้านเค้า) อืม... แล้วด้วยความที่เป็นหัวหน้าหมวด (อีกแล้ว - -*) ก็เลยมาเฝ้าเวร ตอน 4 ทุ่มครึ่ง – 5 ทุ่มครึ่ง และระหว่างนั้นเอง เหตุการณ์ฮา ก็เกิดขึ้น!!
ขณะตรวจเวร และไล่คนไปนอน เจอคนคนนึง กำลังทำท่าเหมือนปวดหัวอยู่แถวต้นไม้ ด้วยความเป็นหัวหน้าที่ดี จึงเข้าไปถามว่า “นายๆ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ปรากฏว่า ได้เสียงคำตอบจาก She นางหนึ่ง “อือ... ปวดหัวหน่อยน่ะ หัวหน้า มียาพาราสักเม็ดสองเม็ดมั้ย” เอิ่ม... ชีคนนี้ คือ คนที่เคยเจอกันเมื่อตอนรอขึ้นรถ ชีนั่งข้างๆ แต่ตอนนั้น คาดว่า “ชี ต้องเป็นแมน” เพราะมีทั้งเข็มขัดสนาม ทั้งสายเก่ง พร้อมเลย แถมใส่ให้ตูด้วย “มีครับๆ เอาไปสองเม็ดเลยละกัน” อืม ก็หักเม็ดนึงให้ “อย่าพึ่งเลย เอาแค่เม็ดเดียวกันล่ะกัน เด๋วเราค่อยเอาอีกเม็ดนึง” อ่านะ “ไม่เป็นไรครับ ติดตัวไปเลยละกัน” ตูก็ยื่นให้ “อือๆ ขอบใจนะ เนี่ย ถ้าเดี๋ยวจะนอน มานอนเต็นท์เรานะ เนี่ยเราเต็นท์นี้เอง” เหอๆๆ หลังจากนั้น กูก็วิ่งไปเลย น่ากลัวสาด...
ประมาณว่า พอตี 4 กูก็ต้องตื่นมาปลุก ไอ้บุ๊ง (หัวหน้าร้อย 2) ไปปลุกครูฝึก ตอน ตีสี่ครึ่ง ออกกำลังกายแล้วก็ กินข้าว ซึ่งกูก็ต้องตักอีกแล้วครับท่าน อืม.. แผนกบริการ เอ่อ แล้วก็ไปรับอาวุธปืน ก่อนที่จะไปฝึกบนเขา ทั้งวัน อืม... ทั้งวันจริงๆ ไปถึงบนเขา ก็ไปนั่ง เรียนเรื่อง “รูปขบวนหมู่ 11 คน ทำการรบ” พวกหัวหน้าก็สาธิตก่อนเลยครับ ทั้งหมอบ ทั้งกลิ้ง ทั้งคลาน และ ฯลฯ หลังจากนั้น ก็เดินแถวไปฝึกอีก โหย คราวนี้ครับ พวกหัวหน้าโดนด่าเละครับ เพราะหาว่าคุมแถวไม่ได้เรื่องเลย อืม... เพราะพวกข้างหลังล่ะแม่ง ยืนนิ่งทำสากไรวะ สาด... แล้วก็โดนพาลด่าไปเรื่อง วางปืนไม่ตรงกันอีก โอยยย พวกมันก็ซวยชิบ คลาน กลิ้ง หมอบ โผ เหอๆๆ แต่แล้วจนแล้วจนรอด กูก็ต้องขึ้นไปฝึกก่อนพวกแม่งอยู่ดี สรุปคือ กูโดนด่าอีกแล้ว - -* มันจะอะไรกับกูหนักหนาเนี่ย ไอ้เชี่ยเอ๊ย... ไม่ได้หมายถึงครูฝึกนะ แต่หมายถึงพวกที่กวนตีนต่างหาก
พอกลางวัน อืม... หน้าที่ประจำของตู ตักข้าวอีกแล้ว ได้ข่าวว่า กูปวดฉี่ชิบหาย
พอเสร็จ ก็ไปนั่งฟังครูสอน 2 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะได้ฝึกเข้าตีจริงๆ ก็รอนานชิบเป๋ง พอไปฝึกตีเสร็จ ไปพักได้แปบเดียวเค้าเป่าแถวเรียก โอ๊ยยยยย ทีนี้ครับ ไอพวกข้างหลังก่อเรื่องอีกแล้ว มันเล่นไม่ฟัง ไม่สนใจจัดแถวเลย... โดนหมอบ โดนคลาน หมดเลยครับแม่ง ตั้ง 2-3 รอบ พอสุดท้าย ไอพวกข้างหลังโดนอย่างเดียว แต่ก็โคตรน่าสงสารเลยแม่ง บางคนมันก็ไม่ได้ทำอะนะ แต่ไอพวกตัวถ่วง แม่งก็เยอะชิบหายเลยว่ะ สาด แต่ชอบที่ครูฝึก ให้ตะโกนด่าอะนะ “เพื่อนๆ ครับ กูเหนื่อยนะโว้ย อะไรประมาณเนี้ย” หายเครียดเลย!! ถึงแม้จะยังคงโดนกวนตีน และพูดจ่าส่อเสียด จากคน 2-3 คน อยู่ตลอดเวลาก็ตาม
และแล้วหน้าที่ตอนเย็น ก็มาถึงอีกแล้ว... “ตักข้าว” คราวนี้ครับ Her ที่เจอเมื่อตอนกลางคืน มาคอมเพลนท์ ถึงที่ตัดข้าวเลย หาว่า ไม่ยอมเข้าไป ปล่อยให้รอซะงั้น (อ้าว ความผิดกูอีกสิ กรำ...) แล้วรอบนี้ ตูดันเป็นคนตักถั่วดำ เธอเลยถามตูพร้อมกับผองเพื่อนของหล่อน “นี่เธอ... ตักถั่วดำให้เราอ่ะ มีความหมายอะไรหรือเปล่า” โอยยย กูสยองไปทั้งเกศาเลยครับท่าน - -* ส่วนไอ้นิก (หัวหน้าหมวด 2 ร้อย 3) แม่งก็ชักชวนให้กุสมยอมไปกับ ชี จริงๆ เหอๆๆๆ
ตอนกลางคืน ก็ฝึกดูดาว กับพลางตัวตอนกลางคืน ก็สนุกดีนะ ที่แน่ๆ คือ ดาวบนเขาชนไก่ สวยมากกกกกกกกก เห็นดาวเยอะโคตรๆ มองไปทางไหนก็มีแต่ดาว ยิ่งตอนปิดไฟ ยิ่งเห็นดาวเต็มฟ้า อย่างชัดเจน แจ่มแจ้งเลย... สุดยอดจริงๆ แล้วก็ลงมาจากเขา ตอนเดินลงมา มันต้องเดินเรียงทีละคน สนุกดีนะ คือ รู้สึกว่า นอกจากคนที่กวนตีนเราแล้ว คนที่ยังเป็นห่วงเรา ก็ยังมีอีกเยอะ รู้สึกอยากทำอะไรเพื่อคนอื่นอีก
และแล้ว คนอื่นก็อาบน้ำ ส่วนพวกหัวหน้าก็จงรอต่อไป คืนนี้ไม่ได้ไปพัก แต่มาตอกเตนท์ เพราะเตนท์พัง แล้วก็ได้ไปอาบน้ำตอนที่คนอื่นหลับไปแล้ว ตอนอาบน้ำ ก็เจอ ไอคนที่กวนตีน แม่งเข้ามา ถือวิสาสะ อาบน้ำซะงั้น อืม มึงก็ก็กล้าพูดเนอะ “กูเกือบจะเป็นหัวหน้าเองแล้ว ถ้าไม่มีคนห้ามไว้” กูก็คิดในใจ พลางยิ้มๆ ไป “เออ แล้วใครใช้ให้มึงอมบึ้ง ไม่มาเป็นหัวหน้าเองซะล่ะ” ด้วยความที่ไม่พอใจ ก็เลยคุยกับไอ้วิน ไอวินก็บอก ปล่อยๆ แม่งไปเหอะ แม่งปากดี อืม... ก็จริง เอาว่ะ สบายใจล่ะ ไม่ได้คิดไร คืนนี้ ไม่ได้เข้าเวร ก็เลยนอนสบายๆ หน่อย แต่ก็ต้องรีบตั้งนาฬิกาปลุกก่อน แต่รู้สึกว่า ไม่ได้ช่วยไรเลย แม่ง - -* รีบเก็บของแต่กว่าจะเก็บเสร็จก็โคตรนาน ทำอะไรเสร็จ แล้วก็ไปตักข้าว (อีกแล้ว) ก่อนที่จะไปเคลียร์เตนท์และตรวจเตนท์
แล้วก็ไปฝึกการเคลื่อนย้ายกองกำลังในธุรการต่างๆ พวกหัวหน้าก็เป็นตัวรับคำสั่ง และออกคำสั่ง ในขณะที่คนอื่น คอยรับอย่างเดียว แล้วก็ต้องกลิ้งตัวไปเรื่อยๆ คิดอยู่ในใจ ว่าน่าสงสารสาด... แต่คือ อยู่เฉยๆ ได้ ในขณะที่กู ต้องนั่งแบบยองๆ ตลอดเวลา แล้วก็ต้องคอยเดินแบบนั้นน่ะ ไปเรื่อยๆ ไม่ได้นั่งเฉยๆ เหมือนกัน ไอสาดดดด เมื่อยยยยย ต้องคอยวิ่งนำหน้า แล้วก็รับคำสั่งมาเรื่อยๆ อีก โอย สมองรวนชิบหายเลยแม่ง แต่แล้วก็จนแล้วจนรอด การถูกกวนตีน ก็ยังมาเรื่อยๆ กูก็ได้แต่ท่อง “ใจเย็นๆๆๆๆ” แต่กูสงสารพวกมึงจริงๆ น่ะ ที่กูเดินเมื่อยยังไง กูก็ไม่ต้องคลุกฝุ่นเหมือนพวกมึง กูก็อยากช่วยนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไงว่ะ ขอโทษจริงๆ เฮ่อ ตอนสุดท้าย กูก็ได้แต่ช่วยคุมแถวพวกมึงให้เป็นกลุ่มๆ อ่ะนะ ขอโทษที่ไม่ได้ช่วยอะไรไปมากกว่านั้น
ระหว่างพักก่อนจะไปรวมพล ก็เจอพี่เม่น!! คิดถึงพี่เม่นโคตร คุยกันตั้งนาน คนอื่นก็คงงง ว่าไอ้ม่อนมันคุยกับใครวะ ยิ่งได้รู้สึกว่า เดี๋ยวก็จะถึงพิธีปิดแล้ว เดี๋ยวก็เจอกับพวกบ้านสมเด็จฯ ล่ะ
หลังจากนั้น ก็กลับไปที่กองพัน แล้วก็ไปนั่งพักชั่วโมงนึง กับกินข้าว เตรียมของให้เสร็จ เป็นเวลาพักที่มีความสุขนะ เพราะเจอเพื่อนๆ ทั้งหลาย และก็ได้ไปพักก่อนจะกลับบ้าน เฮ่อ รู้สึกใจหาย อะไร 3 วัน มันจะเร็วขนาดนี้...
พอพิธีปิด ก็เจอพวกบ้านสมเด็จฯ หลายๆ คน โคตรดีใจเลย ที่จะได้กลับด้วยกันแล้ว พี่เม่นก็มาถ่ายรูปให้ โหยยย โคตรเท่ห์เลย ดีใจสาดๆ ด้วย และพอถึงพิธี ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ปลอกแขนแล้ว แต่ก็ได้รับประกาศนียบัตร อย่างน้อยๆ ก็คุ้มค่า ที่ได้ผจญอะไร มาตลอด 3 วัน... ที่เหนื่อย แล้วก็ เครียดกว่าคนอื่น และที่แน่ๆ ก็คือ ได้ความเป็นเพื่อน ได้รู้จักหลายๆ คนมากขึ้น ทั้งโอ๊ต ทั้งกัญจ์ ทั้งยู แล้วก็หลายๆ คน เป็นความมันส์ ที่หาจากไหนไม่ได้แล้ว แถมที่สำคัญ “อาหารอร่อยมากกกกก” โอย ติดใจเหอะ ขากลับ ก็รอพวกบ้านสมเด็จฯ กลับพร้อมๆ กัน แต่ก่อนหน้านั้น ก็ต้องไปหาครูฝึก เพราะไอ้คิน เจือกลืมกระเป๋าไว้ เลยต้องเดินไปหาครูที่คุมรถมา สรุปก็คือ กระเป๋ายังคงหายเข้ากรีบเมฆไป...
แล้วปีหน้าเจอกัน “เขาชนไก่!!”
ป.ล. กลับมาถึงบ้าน 5 โมง ถอดชุดเสร็จปุ๊บ ขึ้นเตียงไป หลับตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ยัน หกโมงเช้า - -* ป.ล.2 ขอบคุณสำหรับทุกมิตรภาพ ขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้ได้ไปเขาชนไก่ ป.ล.3 ขอบคุณบ้านสมเด็จฯ ทุกคน สำหรับมิตรภาพที่มีให้กัน กูรักพวกมึงเว่ย ป.ล.4 ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ ต.อ. หลายๆ คน รักพวกแกทุกคนเช่นกัน ป.ล.5 ขอบคุณสำหรับการกวนตีน ของคน 2-3 คน ที่ทำให้กูเข้มแข็งขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ทำให้ กูมีความอดทน และมีสติมากขึ้น และรู้สึกได้จริงๆ ว่าหลังจากกลับมาจากเขาชนไก่ กูได้รับความอดทนกลับมาจริงๆ แบบที่ครูฝึกบอก ทุกคนจะได้รับสิ่งติดตัวกลับมา โดยที่ไม่รู้ตัว สำหรับตูก็คือ ความอดทน และ ความว่องไวในการคิด ที่ต้องมีมากขึ้น ขอบคุณครับครู!!
รัก ร.ด. เว่ย อยากฝึกจนถึงปี 5 ขอให้อย่าล้มความตั้งใจของตัวเอง สาด...
ของแถม "กลอนไฮกุ" ป.ล. ครั้งยิ่งใหญ่อีกรอบ!!! February 03 เขาชนไก่เขาชนไก่
อยากจะบอกว่า... มีเรื่องตั้งหลายอย่าง ที่อยากจะอัพในปีนี้ เพราะปีนี้ เป็น ม.5 เป็นชีวิตที่มีอะไรหลายๆ อย่างผ่านเข้ามา อย่างเร็วมากๆ ทั้งสิ่งที่เป็นความทรงจำดีๆ และสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ นานา...
แต่ก็ไม่รู้นะ ว่าทำไม ถึงเลือกที่จะอัพเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรก (แล้วคิดว่าจะเป็นเรื่องเดียวด้วย) เพราะด้วยความที่รู้สึกว่า... มันเป็นสิ่งที่เคยใฝ่ฝันไว้ เมื่อตอนยังอยู่ ม.4 ที่ บ.ส. รู้สึกว่า “เขาชนไก่” คือ สถานที่ ที่อยากไปเจอ ไปสัมผัสกับตัวเองมากๆ ทั้งๆ ที่อีกใจนึง ก็คิดอยู่ว่า “จะไปดีหรอวะ” แต่แล้วในที่สุด... ก็ได้ไป ไปในนาม นักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 2 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งตอนแรก ก็ตะขิดตะขวงว่า จะได้ไปหรือเปล่า แต่แล้วก็ได้ไป... ผลัดที่ 18 กองพันที่ 22 วันที่ 25-27 มกราคม พ.ศ.2551 อืม... ถึงตอนนี้ก็ 1 อาทิตย์ล่ะ หลังจากที่ไปเขาชนไก่มา อยากบอกว่า มันเร็วมาก เพราะความรู้สึกดีๆ ที่เขาชนไก่ มันยังอยู่ ไม่ได้ไปไหนเลย กิจกรรมหลายๆ อย่าง ก็ยังก้องอยู่ในหัว และไม่ได้มีทีท่าว่าจะลืม (เป็นเพราะมันยัง 1 อาทิตย์อยู่มั้ง เหอๆๆ)
สำหรับความรู้สึกในส่วนลึก น่ะ “อยากไป” นะ แต่ ณ ช่วงนั้น มันเกิดอาการขี้เกียจอย่างมาก เลยไม่อยากไปไหนทั้งนั้น เพราะงานไม่เสร็จ แล้วยังด้วยอะไรหลายๆ อย่างที่มันรุมเข้ามา อืม แต่ยังไงก็ต้องไปนั่นแหละ แล้วก็ได้ไป (แล้วจะพูดทำไมเนี่ย)
ตี 5 ครึ่ง ไปรวมพลที่ สวนเจ้าเชตุฯ แล้วก็นั่งรอไปเรื่อยๆ ครูฝึกถามถึงพวก พอไปถึงที่นู่น ประมาณสัก 10 โมงครึ่งน่าจะได้ ก็ได้เข้าพิธีเปิด โหย... พวกหัวหน้าทั้งหลาย ใส่ปลอกแขนด้วย ตูก็ได้ใส่ โหย เท่สาด ตั้งแต่เกิดมา ก็พึ่งเคยใส่ปลอกแขน สีแดง ที่หมายถึง หัวหน้าหมวดเนี่ยแหละ
ระหว่างพิธี ก็เจอพี่เม่น อยู่แถวๆ ปะลำพิธี เฮ้ย โคตรดีใจ ที่ได้เจอคนรู้จักแล้ว อย่างน้อยๆ ก็มั่นใจได้ว่า มีคนรู้จักอยู่ด้วย ก็ไม่ค่อยน่ากลัวแล้ว... พอเจอพี่เม่นเนี่ย ก็รู้เลยว่า พวกบ้านสมเด็จฯ ก็ยังอยู่บนเขาชนไก่ อย่างน้อยๆ กูก็มีเพื่อนแล้วว่ะ ถึงแม้ว่า พี่เม่นจะไม่ได้มาทักเลยก็ตาม - -*
พอไปถึง ก็ไปนั่งแบ่งหมวด ก็ยังดีที่เตรียมฯ ได้อยู่กองร้อยเดียวกันหมดเลย
มันแลดูแปลกๆ ดีนะ ที่ต้องมาคุมหมวดที่ไม่รู้จักกันเท่าไหร่มาก่อน (ทำเอารู้สึกร้อนๆ แปลกๆ เพราะถูกกวนตีนเนี่ยแหละ) มื้อแรก ที่เขาชนไก่ครับ ประมาณเที่ยงๆ โหยยย โดนคนตักข้าวแกล้งอีก แกงจืดใส่ลูกชิ้นน่ากินมาก ดันไม่ได้ลูกชิ้นสักลูก แถมบอกว่า “คุณคือผู้โชคดี” - -* โอววว เจ็บใจครับ แถมด้วยการที่เป็นหัวหน้าหมวด เลยต้องรีบ ๆ ยัด แล้วไปตั้งแถวก่อน อย่างแรกเลย เบิกปืน แล้วก็ต้องมาคุมแถว เอ่อ ครือ... กูจะมีความสุขกว่านี้ ถ้ากูไม่โดนกวนตีนตั้งแต่วินาทีแรกอ่ะนะ กอปรกับ มีคนป่วยอีก แม่ง เช็คคนทีไร มีปัญหาทุกที แม่ง พอเสร็จ ก็ไปเรียน พวก วิชา ป้อมสนาม กับ การพักแรม อันนี้ก็จดๆๆ แต่ว่า ตอนพักแรม ก็มีสอนกางเต็นท์ เออ ก็เลยพอรู้ว่ากางเต็นท์ มันทำยังไง เพราะตูทำไม่เคยเป็น แล้วก็พักแปบนึง ก่อนที่จะไปรวมกันที่ริมน้ำ ไอพวกหัวหน้าซวยอีกแล้วครับ “พรางหน้า” โดนครูฝึกจัดการพรางให้เป็นอย่างดีเลย ใช้แปรงทาสีอย่างดี ปาดหน้า ปาดๆๆ โอว เย็นหน้าแปลกๆ ผลที่ออกมาคือ พรางได้สมบูรณ์แบบ คนอื่น ก็ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่นะ อย่างมากก็นิดๆ หน่อย พอเป็นพิธี เหอๆๆ ทำไมตูโดนเยอะจัง พอกลับมารวมพล อย่างแรกที่โดน คือ “หมอบ!!” กูก็ต้องหมอบ แล้วก็วิดพื้นซะงั้น เออ ได้ข่าวว่ากูไม่ได้ทำไรผิดนะ แล้วก็รู้สึกว่า ตูจะโดนจับผิด จากไอ้พวกกวนตีน จังเลยแม่ง
กลับมา ก็พึ่งจะได้รู้จริงๆ ว่า กองพัน 22 มีฉายา นะเฟ่ย “พันสองสอง พันสองสอง สกอร์เปี้ยน สกอร์เปี้ยน รวดเร็ว รุนแรง เรียบร้อย เอี้ย เอี้ย” เทพเว่ย ตะโกนยิ่งหลายรอบ ก็ยิ่งสะใจ สักพักก็ไปตัดข้าว... เอ่อ... แต่ได้ข่าวว่า กู และ พณฯท่านหัวหน้าทั้งหลาย ต้องไปตัดข้าวซะงั้น อืม กูก็ต้องไปตักครับ พอตักเสร็จ ก็ถึงจะได้กิน และได้ข่าวว่า กินเป็นพวกสุดท้ายด้วย เหอๆๆ รีบยัด รีบล้างอีก แล้วก็ต้องไปคุมแถว ก่อนที่คนอื่นๆ มันจะได้อาบน้ำ แต่ตูต้องอยู่คุมพวกมันอาบซะงั้น สรุปก็คือ พวกมันอาบเสร็จแล้ว แต่กูยัง Still in ความเน่า อยู่อย่างนั้น ประมาณทุ่มนึง ก็มานั่งฟังคำชี้แจง แล้วครูเค้าก็ปล่อยพักประมาณ สามทุ่ม ตอนปล่อยพัก ก็ขึ้นไปกินตรงมุมสดชื่นได้ แต่กว่ากูจะได้ไปก็ซวยชิบ เตนท์พังครับ ต้องไปซ่อมก่อน พอไปถึง (เดินไปกับไอ้โอ๊ต) ว่าจะไปกินไวตามิลค์ แต่ไปถึง ได้กินแต่น้ำเปล่า เหอๆ พอกลับมา กูต้องคอยไล่คนทั้งหลายให้ไปนอน ก่อนที่จะได้ไปอาบน้ำ กับพวกหัวหน้าทั้งหลาย (แลดูเป็นข้อดีอย่างเดียว ของพวก หัวหน้าหมวดกับหัวหน้าร้อย ที่ได้อาบน้ำหลังชาวบ้านเค้า) อืม... แล้วด้วยความที่เป็นหัวหน้าหมวด (อีกแล้ว - -*) ก็เลยมาเฝ้าเวร ตอน 4 ทุ่มครึ่ง – 5 ทุ่มครึ่ง และระหว่างนั้นเอง เหตุการณ์ฮา ก็เกิดขึ้น!!
ขณะตรวจเวร และไล่คนไปนอน เจอคนคนนึง กำลังทำท่าเหมือนปวดหัวอยู่แถวต้นไม้ ด้วยความเป็นหัวหน้าที่ดี จึงเข้าไปถามว่า “นายๆ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ปรากฏว่า ได้เสียงคำตอบจาก She นางหนึ่ง “อือ... ปวดหัวหน่อยน่ะ หัวหน้า มียาพาราสักเม็ดสองเม็ดมั้ย” เอิ่ม... ชีคนนี้ คือ คนที่เคยเจอกันเมื่อตอนรอขึ้นรถ ชีนั่งข้างๆ แต่ตอนนั้น คาดว่า “ชี ต้องเป็นแมน” เพราะมีทั้งเข็มขัดสนาม ทั้งสายเก่ง พร้อมเลย แถมใส่ให้ตูด้วย “มีครับๆ เอาไปสองเม็ดเลยละกัน” อืม ก็หักเม็ดนึงให้ “อย่าพึ่งเลย เอาแค่เม็ดเดียวกันล่ะกัน เด๋วเราค่อยเอาอีกเม็ดนึง” อ่านะ “ไม่เป็นไรครับ ติดตัวไปเลยละกัน” ตูก็ยื่นให้ “อือๆ ขอบใจนะ เนี่ย ถ้าเดี๋ยวจะนอน มานอนเต็นท์เรานะ เนี่ยเราเต็นท์นี้เอง” เหอๆๆ หลังจากนั้น กูก็วิ่งไปเลย น่ากลัวสาด...
ประมาณว่า พอตี 4 กูก็ต้องตื่นมาปลุก ไอ้บุ๊ง (หัวหน้าร้อย 2) ไปปลุกครูฝึก ตอน ตีสี่ครึ่ง ออกกำลังกายแล้วก็ กินข้าว ซึ่งกูก็ต้องตักอีกแล้วครับท่าน อืม.. แผนกบริการ เอ่อ แล้วก็ไปรับอาวุธปืน ก่อนที่จะไปฝึกบนเขา ทั้งวัน อืม... ทั้งวันจริงๆ ไปถึงบนเขา ก็ไปนั่ง เรียนเรื่อง “รูปขบวนหมู่ 11 คน ทำการรบ” พวกหัวหน้าก็สาธิตก่อนเลยครับ ทั้งหมอบ ทั้งกลิ้ง ทั้งคลาน และ ฯลฯ หลังจากนั้น ก็เดินแถวไปฝึกอีก โหย คราวนี้ครับ พวกหัวหน้าโดนด่าเละครับ เพราะหาว่าคุมแถวไม่ได้เรื่องเลย อืม... เพราะพวกข้างหลังล่ะแม่ง ยืนนิ่งทำสากไรวะ สาด... แล้วก็โดนพาลด่าไปเรื่อง วางปืนไม่ตรงกันอีก โอยยย พวกมันก็ซวยชิบ คลาน กลิ้ง หมอบ โผ เหอๆๆ แต่แล้วจนแล้วจนรอด กูก็ต้องขึ้นไปฝึกก่อนพวกแม่งอยู่ดี สรุปคือ กูโดนด่าอีกแล้ว - -* มันจะอะไรกับกูหนักหนาเนี่ย ไอ้เชี่ยเอ๊ย... ไม่ได้หมายถึงครูฝึกนะ แต่หมายถึงพวกที่กวนตีนต่างหาก
พอกลางวัน อืม... หน้าที่ประจำของตู ตักข้าวอีกแล้ว ได้ข่าวว่า กูปวดฉี่ชิบหาย
พอเสร็จ ก็ไปนั่งฟังครูสอน 2 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะได้ฝึกเข้าตีจริงๆ ก็รอนานชิบเป๋ง พอไปฝึกตีเสร็จ ไปพักได้แปบเดียวเค้าเป่าแถวเรียก โอ๊ยยยยย ทีนี้ครับ ไอพวกข้างหลังก่อเรื่องอีกแล้ว มันเล่นไม่ฟัง ไม่สนใจจัดแถวเลย... โดนหมอบ โดนคลาน หมดเลยครับแม่ง ตั้ง 2-3 รอบ พอสุดท้าย ไอพวกข้างหลังโดนอย่างเดียว แต่ก็โคตรน่าสงสารเลยแม่ง บางคนมันก็ไม่ได้ทำอะนะ แต่ไอพวกตัวถ่วง แม่งก็เยอะชิบหายเลยว่ะ สาด แต่ชอบที่ครูฝึก ให้ตะโกนด่าอะนะ “เพื่อนๆ ครับ กูเหนื่อยนะโว้ย อะไรประมาณเนี้ย” หายเครียดเลย!! ถึงแม้จะยังคงโดนกวนตีน และพูดจ่าส่อเสียด จากคน 2-3 คน อยู่ตลอดเวลาก็ตาม
และแล้วหน้าที่ตอนเย็น ก็มาถึงอีกแล้ว... “ตักข้าว” คราวนี้ครับ Her ที่เจอเมื่อตอนกลางคืน มาคอมเพลนท์ ถึงที่ตัดข้าวเลย หาว่า ไม่ยอมเข้าไป ปล่อยให้รอซะงั้น (อ้าว ความผิดกูอีกสิ กรำ...) แล้วรอบนี้ ตูดันเป็นคนตักถั่วดำ เธอเลยถามตูพร้อมกับผองเพื่อนของหล่อน “นี่เธอ... ตักถั่วดำให้เราอ่ะ มีความหมายอะไรหรือเปล่า” โอยยย กูสยองไปทั้งเกศาเลยครับท่าน - -* ส่วนไอ้นิก (หัวหน้าหมวด 2 ร้อย 3) แม่งก็ชักชวนให้กุสมยอมไปกับ ชี จริงๆ เหอๆๆๆ
ตอนกลางคืน ก็ฝึกดูดาว กับพลางตัวตอนกลางคืน ก็สนุกดีนะ ที่แน่ๆ คือ ดาวบนเขาชนไก่ สวยมากกกกกกกกก เห็นดาวเยอะโคตรๆ มองไปทางไหนก็มีแต่ดาว ยิ่งตอนปิดไฟ ยิ่งเห็นดาวเต็มฟ้า อย่างชัดเจน แจ่มแจ้งเลย... สุดยอดจริงๆ แล้วก็ลงมาจากเขา ตอนเดินลงมา มันต้องเดินเรียงทีละคน สนุกดีนะ คือ รู้สึกว่า นอกจากคนที่กวนตีนเราแล้ว คนที่ยังเป็นห่วงเรา ก็ยังมีอีกเยอะ รู้สึกอยากทำอะไรเพื่อคนอื่นอีก
และแล้ว คนอื่นก็อาบน้ำ ส่วนพวกหัวหน้าก็จงรอต่อไป คืนนี้ไม่ได้ไปพัก แต่มาตอกเตนท์ เพราะเตนท์พัง แล้วก็ได้ไปอาบน้ำตอนที่คนอื่นหลับไปแล้ว ตอนอาบน้ำ ก็เจอ ไอคนที่กวนตีน แม่งเข้ามา ถือวิสาสะ อาบน้ำซะงั้น อืม มึงก็ก็กล้าพูดเนอะ “กูเกือบจะเป็นหัวหน้าเองแล้ว ถ้าไม่มีคนห้ามไว้” กูก็คิดในใจ พลางยิ้มๆ ไป “เออ แล้วใครใช้ให้มึงอมบึ้ง ไม่มาเป็นหัวหน้าเองซะล่ะ” ด้วยความที่ไม่พอใจ ก็เลยคุยกับไอ้วิน ไอวินก็บอก ปล่อยๆ แม่งไปเหอะ แม่งปากดี อืม... ก็จริง เอาว่ะ สบายใจล่ะ ไม่ได้คิดไร คืนนี้ ไม่ได้เข้าเวร ก็เลยนอนสบายๆ หน่อย แต่ก็ต้องรีบตั้งนาฬิกาปลุกก่อน แต่รู้สึกว่า ไม่ได้ช่วยไรเลย แม่ง - -* รีบเก็บของแต่กว่าจะเก็บเสร็จก็โคตรนาน ทำอะไรเสร็จ แล้วก็ไปตักข้าว (อีกแล้ว) ก่อนที่จะไปเคลียร์เตนท์และตรวจเตนท์
แล้วก็ไปฝึกการเคลื่อนย้ายกองกำลังในธุรการต่างๆ พวกหัวหน้าก็เป็นตัวรับคำสั่ง และออกคำสั่ง ในขณะที่คนอื่น คอยรับอย่างเดียว แล้วก็ต้องกลิ้งตัวไปเรื่อยๆ คิดอยู่ในใจ ว่าน่าสงสารสาด... แต่คือ อยู่เฉยๆ ได้ ในขณะที่กู ต้องนั่งแบบยองๆ ตลอดเวลา แล้วก็ต้องคอยเดินแบบนั้นน่ะ ไปเรื่อยๆ ไม่ได้นั่งเฉยๆ เหมือนกัน ไอสาดดดด เมื่อยยยยย ต้องคอยวิ่งนำหน้า แล้วก็รับคำสั่งมาเรื่อยๆ อีก โอย สมองรวนชิบหายเลยแม่ง แต่แล้วก็จนแล้วจนรอด การถูกกวนตีน ก็ยังมาเรื่อยๆ กูก็ได้แต่ท่อง “ใจเย็นๆๆๆๆ” แต่กูสงสารพวกมึงจริงๆ น่ะ ที่กูเดินเมื่อยยังไง กูก็ไม่ต้องคลุกฝุ่นเหมือนพวกมึง กูก็อยากช่วยนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไงว่ะ ขอโทษจริงๆ เฮ่อ ตอนสุดท้าย กูก็ได้แต่ช่วยคุมแถวพวกมึงให้เป็นกลุ่มๆ อ่ะนะ ขอโทษที่ไม่ได้ช่วยอะไรไปมากกว่านั้น
ระหว่างพักก่อนจะไปรวมพล ก็เจอพี่เม่น!! คิดถึงพี่เม่นโคตร คุยกันตั้งนาน คนอื่นก็คงงง ว่าไอ้ม่อนมันคุยกับใครวะ ยิ่งได้รู้สึกว่า เดี๋ยวก็จะถึงพิธีปิดแล้ว เดี๋ยวก็เจอกับพวกบ้านสมเด็จฯ ล่ะ
หลังจากนั้น ก็กลับไปที่กองพัน แล้วก็ไปนั่งพักชั่วโมงนึง กับกินข้าว เตรียมของให้เสร็จ เป็นเวลาพักที่มีความสุขนะ เพราะเจอเพื่อนๆ ทั้งหลาย และก็ได้ไปพักก่อนจะกลับบ้าน เฮ่อ รู้สึกใจหาย อะไร 3 วัน มันจะเร็วขนาดนี้...
พอพิธีปิด ก็เจอพวกบ้านสมเด็จฯ หลายๆ คน โคตรดีใจเลย ที่จะได้กลับด้วยกันแล้ว พี่เม่นก็มาถ่ายรูปให้ โหยยย โคตรเท่ห์เลย ดีใจสาดๆ ด้วย และพอถึงพิธี ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ปลอกแขนแล้ว แต่ก็ได้รับประกาศนียบัตร อย่างน้อยๆ ก็คุ้มค่า ที่ได้ผจญอะไร มาตลอด 3 วัน... ที่เหนื่อย แล้วก็ เครียดกว่าคนอื่น และที่แน่ๆ ก็คือ ได้ความเป็นเพื่อน ได้รู้จักหลายๆ คนมากขึ้น ทั้งโอ๊ต ทั้งกัญจ์ ทั้งยู แล้วก็หลายๆ คน เป็นความมันส์ ที่หาจากไหนไม่ได้แล้ว แถมที่สำคัญ “อาหารอร่อยมากกกกก” โอย ติดใจเหอะ ขากลับ ก็รอพวกบ้านสมเด็จฯ กลับพร้อมๆ กัน แต่ก่อนหน้านั้น ก็ต้องไปหาครูฝึก เพราะไอ้คิน เจือกลืมกระเป๋าไว้ เลยต้องเดินไปหาครูที่คุมรถมา สรุปก็คือ กระเป๋ายังคงหายเข้ากรีบเมฆไป...
แล้วปีหน้าเจอกัน “เขาชนไก่!!”
ป.ล. กลับมาถึงบ้าน 5 โมง ถอดชุดเสร็จปุ๊บ ขึ้นเตียงไป หลับตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ยัน หกโมงเช้า - -* ป.ล.2 ขอบคุณสำหรับทุกมิตรภาพ ขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้ได้ไปเขาชนไก่ ป.ล.3 ขอบคุณบ้านสมเด็จฯ ทุกคน สำหรับมิตรภาพที่มีให้กัน กูรักพวกมึงเว่ย ป.ล.4 ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ ต.อ. หลายๆ คน รักพวกแกทุกคนเช่นกัน ป.ล.5 ขอบคุณสำหรับการกวนตีน ของคน 2-3 คน ที่ทำให้กูเข้มแข็งขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ทำให้ กูมีความอดทน และมีสติมากขึ้น และรู้สึกได้จริงๆ ว่าหลังจากกลับมาจากเขาชนไก่ กูได้รับความอดทนกลับมาจริงๆ แบบที่ครูฝึกบอก ทุกคนจะได้รับสิ่งติดตัวกลับมา โดยที่ไม่รู้ตัว สำหรับตูก็คือ ความอดทน และ ความว่องไวในการคิด ที่ต้องมีมากขึ้น ขอบคุณครับครู!!
รัก ร.ด. เว่ย อยากฝึกจนถึงปี 5 ขอให้อย่าล้มความตั้งใจของตัวเอง สาด...
ของแถม "กลอนไฮกุ" September 09 My hope to be joins in rugby or football teamMy hope to be joins in rugby or football teamWhen I was a child, I wasn't interested in any sports.
But when I have been growing up, I found that I would play sports because I must have some way to discharge my stress, use the free time for any benefits
and exercise for healthy. And the other way, I have been interested by the sport through
the comics which I read. It makes me think that sports are very exciting and everyone
can take part in it.
Now, I read Eyeshield 21, the comics told about High School American Football Club,
I think that I have fascinated in American Football by this comics and I want to play it.
But in Thailand, I couldn’t find or get any knowledge of American Football because it is not popular in Thailand anyway.
When I try to find it, I found the root of American Football, It is rugby. After I read it,
I have known that Triamudom Suksa School and feel so regret that there are not any
Rugby Club in our school nowadays. If there is some this club in our school, I would join this club surely.
Besides, I have known more about where I can play it. I can play or join Rugby Club or American Football Club when I learn in university. So I will do it trough my will and I wish
that I wouldn’t give it up. I didn’t good at soccer or any sports, but if I got the opportunity
to play there both sports, I will do with all one’s might.
Someone may think that rugby and American football are savage sport.
It may true. But I think it is the game which competes for the victory,
THE MANLY VICTORY.
September 9, 2007. |
The Webpage which I always visit.
|
|||||||||||||||||||||
|
|